ข่าว

บริษัทเอเชียหลายแห่งกำลังย้ายถิ่นฐานกลับมายังบ้านเกิดของตน เนื่องจากสงครามการค้าจีน-สหรัฐฯ

Thai Trading Focus

บริษัทเอเชียหลายแห่งกำลังย้ายถิ่นฐานมายังบ้านเกิดของตน

เนื่องจากสงครามการค้าจีน-สหรัฐฯ

จากสงครามการค้าระหว่างประเทศจีนและสหรัฐฯ เกิดขึ้นมาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลามากกว่าหนึ่งปีแล้ว ทำให้ส่งผลกระทบต่อการขาดรายได้ของทั้งสองฝ่ายเป็นจำนวนเงินถึงพันๆล้าน และยังส่งผลกระทบต่อบริษัทเอเชียอีกหลายแห่ง โดยพวกเขาได้เปลี่ยนสถานที่ผลิตมายังบ้านเกิดของตนเอง

และผลกระทบนี้ส่งผลร้ายมากที่สุดในอุตสาหกรรมเครื่องจักรและอิเล็กทรอนิคส์ของประเทศญี่แุ่นและไต้หวัน ทำให้บริษัทหลายแห่งของประเทศทั้งสองประเทศนี้ตัดสินใจย้ายถิ่นฐานกลับมายังบ้านเกิดของตน เพื่อหลีกเลี่ยงภาษีนำเข้าจากจีนที่สูงขึ้นของสหรัฐฯ

โรงงานถูกย้ายกลับไปยังบ้านเกิด

South China Morning Post รายงานว่า เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปีนี้ กระทรวงเศรษฐกิจของจีนกล่าวว่า บริษัทจากไต้หวันจำนวน 40 แห่งกำลังมีแผนที่จะย้ายโรงงานกลับสู่บ้านเกิดของตนเอง

มากไปกว่านั้นรัฐบาลไต้หวันได้มีการสนับสนุนแผนการนี้โดยการตั้งนโยบาย ‘Invest Taiwan’ ขึ้น โดยมีจุดประสงค์เพื่อดึงดูดบริษัทหลายๆแห่งให้หันมาลงทุนในประเทศบ้านเกิดตนเอง และนโยบายนี้ยังช่วยให้บริษัทลดต้นทุนจากการกู้ยืมเงินในการบ้านสถานที่โรงงานได้อีกด้วย

และด้วยเหตุนี้ทำให้บริษัทไต้หวันหลายแห่งมีการย้ายสถานที่ตั้งกลับมายังไต้หวัน ยกตัวอย่างเช่น บริษัทที่ผลิตแผงวงจรของไต้หวันอย่าง Flexium และ คอมพิวเตอร์ Quanta ได้มีการย้ายสถานที่ทำงานเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

นอกจากนี้ยังมีบริษัทอื่นๆอีก อย่างเช่น SK Hynix บริษัทผลิตชิพที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลก ก็กำลังวางแผนที่จะย้านสถานที่ผลิตกลับมายังประเทศบ้านเกิดอย่าง เกาหลีใต้ด้วยเช่นกัน

และสำหรับบริษัทญี่ปุ่นอย่าง Mitsubishi Electronic กำลังมีแผนย้ายโรงงานจาก Dalian ประเทศจีนไปยัง Nagoya ประเทศญี่ปุ่น ตามด้วยบริษัทอื่นๆอย่าง Toshiba Machine และ Komatsu ต่างก็มีแผนคล้ายๆกัน

บริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Dell และบริษัทอื่นๆจากประเทศจีนก็ได้มีการวางแผนที่จะลดต้นทุนลง ตั้งแต่สงครามการค้าครั้งนี้เพิ่งเริ่มขึ้น โดยย้านถิ่นฐานกันหลายแห่ง

หรือแม้กระทั่งบริษัทจากสหรัฐอเมริกาและไต้หวันเกินครึ่งก็ยังมีการโยกย้ายโรงงานผลิตของตนจากประเทศจีน

อ่านตอนนี้ :  นักลงทุนกำลังมุ่งเป้ามาที่ประเทศไทย
Tags
Show More

Leave a Reply

Back to top button
Close
Close