ข่าว

เศรษฐกิจสิงคโปร์เติบโตขึ้น 0.6% ในไตรมาสที่สาม

Thai Trading Focus

เศรษฐกิจสิงคโปร์ขึ้น 0.6% ในไตรมาสที่สาม

ปีนี้ เศรษฐกิจสิงคโปร์เติบโตขึ้น 0.6% ในไตรมาสที่สาม ซึ่งหลีกเลี่ยงการถดถอย ภาวะถดถอยเกิดขึ้นเมื่อประเทศประสบปัญหาสภาวะเศรษฐกิจเติบโตต่ำลงติดกันสองไตรมาส

อย่างไรก็ตามประเทศสิงคโปร์ยังคงทำให้หลายคนประหลาดใจกับการเติบโตของสภาวะเศรษฐกิจในครั้งนี้ ซึ่งก่อนหน้านี้เศรษฐกิจของสิงคโปร์เกือบจะตกอยู่ในสภาวะถดถอยแล้ว

เศรษฐกิจของประเทศสิงคโปร์ได้มีการเติบโตขึ้น แต่ยังคงต่ำกว่าความคาดหวัง มากไปกว่านั้น สงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีนยังคงส่งผลให้สภาวะเศรษฐกิจของสิงคโปร์อยู่ในภาวะเสี่ยงต่อการเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย

จุดแข็งของสิงคโปร์ที่ทำให้สภาวะเศรษฐกิจเติบโตขึ้นก็คืออัตราการซื้อขาย GDP มีค่าสูง ซึ่งทำให้การหมุนเวียนการเทรดและกลไลของธุรกิจมีความอ่อนไหวง่าย สงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีนส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการผลิตสินค้าและบริการในประเทศสิงคโปรเป็นอย่างมาก และด้วยสาเหตุนี้ทำให้สิงคโปร์มีความผันผวนสูง ความเชื่องช้าของเศรษฐกิจโลกส่งผลต่อประเทศที่มีเป็นพื้นที่เกาะทุกแห่งทั่วโลก

การผ่อนคลายของเงิน

หน่วยงานที่ดูแลเรื่องเงินตราของประเทศสิงคโปร์ ได้ทำการประเมินสถานการณ์เพื่อป้องกันประเทศจากผลกระทบของภาวะเศรษฐกิจที่อาจรุนแรงมากขึ้น โดยการผ่อนคลายนโยบายการเงิน แต่นักเศรษฐศาสตร์เห็นว่า สิงคโปร์ควรออกนโยบายที่มากกว่าการผ่อนคลายเงิน เพื่อเป็นการสนับสนุนเศรษฐกิจสิงคโปร์อย่างเต็มที่

ธนาคารกลางได้ตัดสินใจที่จะปรับนโยบายการเงิน โดยการจัดการอัตราแลกเปลี่ยนเงินดอลลาร์สิงคโปร์ต่ออัตราแลกเปลี่ยนหลัก

MAS เตือนว่า เศรษฐกิจโลกมีการเติบโตช้า ซึ่งหมายความว่า จากการเกิดสถานการณ์เช่นนี้ทำให้เศรษฐกิจโลกมีความผันผวนสูง

อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ของประเทศสิงคโปร์จะโดนผลกระทบนี้โดยตรง ในขณะที่อุตสาหกรรมด้านอื่นๆ เช่น สุขภาพ, การศึกษา และการบริการด้านโซเชีบลต่างๆ ยังคงกำลังฟื้นตัว

และเพื่อมองหาโอกาสที่จะทำให้เศรษฐกิจสิงคโปร์เติบโตขึ้น สิงคโปร์ควรโฟกัสไปที่การผ่อนปรนนโยบายการเข้ามือง และการบริการที่หลากหลาย และสำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทุกวันนี้ สิงคโปร์กำลังอยู่ในสภาวะที่น่าหวาดเสียว และยังคงเผชิญหน้ากับคำถามที่ยังคงต้องการคำตอบอยู่ในขณะนี้

อ่านตอนนี้ :  กูเกิ้ลยกเลิกงานอีเว้นท์เนื่องจากไวรัสโคโรน่า
Tags
Show More

Leave a Reply

Back to top button
Close
Close