ข่าว

เอเชียได้กลายมาเป็นทวีปที่แพงที่สุดในโลก 

Thai Trading Focus

เอเชียได้กลายมาเป็นทวีปที่แพงที่สุดในโลก

ทวีปเอเชียเป็นทวีปที่แพงที่สุดในโลก ถึงแม้ว่าโลกของเราจะเกิดการระบาดของโควิด 19 แต่ทีวปเอเชียก็ยังเป็นทวีปที่สินค้ามีราคาสูง

CNBC เผยเมื่อวันอังคาร (13/4/2564) ว่า Global Wealth and Lifestyle Report ปี 2564 รายงานว่า มี 25 ประเทศในโลกที่มีสินค้าราคาแพงที่สุด Julius Baer Bank เผยว่า ใน 5 อันดับแรก มี 4 ประเทศที่อยู่ในเอเชีย ซึ่งเป็นประเทศที่มีสินค้าราคาสูงที่สุดในโลก ได้แก่ เซี่ยงไฮ้, โตเกียว, ฮ่องกง, ไทเป

ประเทศจีนอยู่อันดับหนึ่ง

เซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน เป็นเมืองที่ติดอยู่หนึ่งในอันดับ 25 ของโลกที่การเป็นอยู่มีราคาแพงทื่สุด ฮ่องกงเป็นอันดับหนึ่งเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งตอนนี้ได้ตกลงมาอยู่ในอันดับสาม

โตเกียวเป็นอันดับสอง

ในขณะที่โตเกียว ประเทศญี่ปุ่นยังคงอยู่อันดับสอง และไทเป ไต้หวัน อยู่อันดับที่ห้า ในส่วนของอันดับที่สี่นั้นเป็นของโมนาโก ซึ่งเป็นเมืองเล็กๆ ในแถบตะวันตกของยุโรป

สหรัฐฯ เป็นประเทศที่ถูกที่สุด

ยุดรปและกึ่งกลางของตะวันออกอยู่อันดับที่สอง ในขณะที่สหรัฐฯได้กลายมาเป็นประเทศที่ถูกที่สุดในช่วงการเกิดโรคระบาดโควิด 19  ค่าเงินของสหรัฐฯ และแคนนาดาตกลงเมื่อเทียบกับค่าเงินหลักในหลายๆ ประเทศทั่วโลก

การจัดอันดับนี้ถูกจัดตามการบริโภคสินค้าที่มีความหรูหราของผู้ที่มีความมั่งคั่งใน 25 ประเทศทั่วโลก ปีนี้ดูเหมือนว่า จะมีความเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างมาก เนื่องจากสินค้า 4 ใน 18 อย่างได้ถูกเข้ามาแทนที่ในช่วงของโรคระบาด ซึ่งส่งผลต่อพฤติกรรมผู้บริโภค

ในสินค้า 4 ประเภทนั้นได้แก่ ครูสอนออกกำลังกาย, ช่อดอกไม้สำหรับแต่งงาน, โบท็อก และเปียโน เป็นสินค้าราคาแพงที่ถูกแทนที่โดยจักรยาน, ลู่วิ่ง, ประกับสุขภาพ และสินค้าจำพวกเทคโนโลยี อย่างแล็ปท็อป และโทรศัพท์

“ในช่วงปีนี้ที่มีการล็อกดาวน์ เทคโนโลยี และลู่วิ่งสำหรับออกกำลังกายได้เข้ามามีบทบาทเป็นอย่างมาก ในขณะที่ราคารองเท้านั้นลดต่ำลง และพวกเราคิดว่าสินค้าจำพวกเทคโนโลยีจะยังคงมีราคาสูงอย่างต่อเนื่อง” ในรายงานกล่าว

ราคาสินค้าประเภทรองเท้าสตรีเมื่อเทียบเป็นสกุลเงินดอลลาร์ได้ลดลงครั้งยิ่งใหญ่ ซึ่งลดลงถึง 17%, ราคาโรงแรงลดลง 9.3% และราคาไวน์ลดลง 5.3% ในขณะที่ราคาตั๋วเครื่องบินชั้นธุรกิจเพิ่มขึ้น 11.4%, ราคาเหล้าเพิ่มขึ้น 9.9% และนาฬิกาเพิ่มขึ้น 6.6%

จากรายงานพบว่า ทวีปเอเชียยังคงอยู่เป็นทวีปที่แพงที่สุดในโลก และจะยังคงดำรงตำแหน่งนี้ในอีก 2-3 ปีข้างหน้า เนื่องจากคาดว่าเศรษฐกิจจะยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว

ประเทศจีนคาดว่าจะยังคงดำรงตำแหน่งผู้นำด้านสินค้าหรูหราของโลก เนื่องจากผู้บริโภคชาวจีนต่างมีกำลังซื้อ และภายในปี 2568 คาดว่าประเทศจีนจะเข้ามาควบคุมส่วนแบ่งการตลาดสูงถึง 47%-49% เมื่อเทียบกับสหรัฐฯ ซึ่งอยู่ที่ 16% – 18% ตามมาด้วยยุโรป 12% – 14%

Show More

Leave a Reply

Back to top button